ข้อสังเกตจากแผนที่ : ชัยภูมิเป็นเมืองร้างจนถึง ‘สมัยรัชกาลที่ 5’ ?
ชัยภูมิมีชื่อปรากฎหลักฐานมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ชื่อเมืองชัยภูมิปรากฎอยู่ในหลายแผนที่ที่สำรวจโดยชาวตะวันตก ระหว่างที่ผมนั่งค้นแผนที่เก่า ๆ จากห้องสมุด Université Bordeaux Montaigne (มหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส) ก็พบแผนที่หนึ่งใช้ชื่อว่าแผนที่โคราช (Korat) ตีพิมพ์เมื่อปี 1899 (2444-2445) โดยมีขอบระวางแนวยาว E 99°32′ – E 103°46′ แนวกว้าง N 17°6′ – N 14°51′ ซึ่งเป็นแผนที่ 1:500,000 กว้าง 63 x 93 ซม. นั่นหมายความว่าใหญ่และละเอียดพอที่จะแสดงในระดับหมู่บ้าน และก็เป็นเช่นที่คาดการณ์ไว้


แม้จะเป็นแผนที่เก่าและสำรวจหลายที่อย่างไม่ละเอียดนักเมื่อเทียบกับแผนที่ในชุดเดียวกัน แต่นี่เป็นหนึ่งในแผนที่บนบกนอกชายแดนอินโดจีนของฝรั่งเศสชิ้นเดียวที่จะเติมเต็มระวางทั้งหมดของโครงการสำรวจอินโดจีนของฝรั่งเศสในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเป็นแผนที่ระวางที่ 10 จาก 21 ระวาง โดยเป็นโครงการที่ได้รับทุนจากรัฐบาลอาณานิคมฝรั่งเศสที่ฮานอย
การก่อตัวของเมืองในอดีตแน่นอนว่าจากแผนที่นี้ถือว่าถูกคัดกรองด้วยเวลา (time filter) แล้วนั้นจะได้ข้อสังเกตว่า ชุมชนไม่ได้ตั้งตามแนวลำน้ำเพียงอย่างเดียวเพราะหลาย ๆ หมู่บ้านตั้งตามแหล่งน้ำที่เป็นบึงและลำน้ำย่อยต่าง ๆ จากลำน้ำชี เช่น ลำปะทาว
การสำรวจแผนที่นี้ทำในช่วงที่เมืองชัยภูมิเข้าถึงได้โดยยากลำบากมาก การสำรวจครั้งนี้นับว่าเป็นการสำรวจที่ทรหดและมีความมานะพยายามเป็นอย่างมาก (อีก 50 ปีต่อมาชัยภูมิจังมีถนนเชื่อมออกโลกภายนอกไปยังบัวใหญ่เป็นครั้งแรก)
เมืองชัยภูมิเป็นเมืองร้าง ?
ในภาพจะเห็นว่าในหลายส่วนนั้นแผนที่แสดงเอาไว้ค่อนข้างละเอียดแต่มีการระบุสถานะของเมืองหรือชุมชนต่าง ๆ เอาไว้อย่างดี ในภาพแสดงให้เห็นว่าเมืองชัยภูมิ (M. CHAYAPOHUM) เป็นเมืองร้าง (Ruines) ในขณะชุมชนใกล้ ๆ มีสถานะที่เป็นชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่เช่น บ้านโพธ์ บ้านเล่า บ้านขี้เหล็ก บ้านขวาน้อย บ้านสามพัน (สัมพันธ์) ฯลฯ
ข้อสังเกต
เป็นที่น่าสนใจหากเราสมมติว่าการสำรวจแผนที่นี้เกิดขึ้นในทศวรรษเดียวกันกับการตีพิมพ์คือระหว่างปี 1890 – 1899 นั่นหมายความว่าในช่วงที่ผ่านมาเมืองชัยภูมิเป็นเมืองร้าง ? เหตุใดจึงเป็นเมืองร้าง ? มีคนอยู่มาก่อนแล้วไม่มีคนอยู่ มีซากปรักหักพัง หรืออย่างไร ? ถ้าการสำรวจนี้ถูกต้องการสร้างเมืองชัยภูมิใหม่ (ในสถานที่ปัจจุบัน) เพิ่งมีในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 หรือไม่ ? เพราะมีหลักฐานหลายอย่างปรากฎถึงการมีอยู่ของวัดโบราณหลายแห่งในชัยภูมิเช่นวัดชัยประสิทธิ์ซึ่งเดิมเป็นวัดร้าง (ก่อนปี 2430/1887 – โดยเรียกว่าวัด(ป่า)สะแก) และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคนชัยภูมิที่อาศัยอยู่รอบ ๆ เช่นบ้านเมืองเก่า บ้านหนองบัว บ้านโนนไฮ บ้านหนองหลอด บ้านหนองปลาเฒ่า ฯลฯ อยู่บริเวณนี้อยู่แล้วแล้วตกสำรวจหรือเพิ่งอพยพเข้ามาจากที่อื่น ?
ถ้าหากเมืองชัยภูมิปัจจุบันเพิ่งมีการย้ายเขามาของผู้คน นั่นหมายความว่าเมืองชัยภูมิเจริญได้เพราะเป็นเมืองศูนย์ราชการหรือไม่ ? และเหตุใดจึงเลือกบริเวณเมืองร้างนี้เป็นเขตราชการ ?
สุดท้ายนี้ก็อยากให้ผู้สนใจในประวัติศาสตร์ช่วยกันค้นคว้าข้อมูลเหล่านี้อย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากอำนาจของผู้ปกครองท้องถิ่นไปสู่อำนาจของรัฐบาลกลางในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5
เมืองใหญ่ที่แผนที่นี้ครอบคลุม
- เมืองในเขตพิษณุโลก
- เมืองในเขตพิจิตร
- เมืองในเขตนครสวรรค์
- เมืองในเขตชัยนาท
- เมืองในเขตโคราช
- เมืองในเขตร้อยเอ็ด
- เมืองในเขตกาฬสินธุ์
ระยะระวางโดยเมืองสำคัญ
- ขอบซ้ายบนของแผนที่พิษณุโลก
- ขอบขวาบนของแผนที่ภูพาน
- ขอบขวาล่างของแผนที่เมืองรัตนบุรี
- ขอบซ้ายล่างของแผนที่เมืองชัยนาท
แหล่งข้อมูล
- ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกซ์แห่งมหาวิทยาลัย Bordeaux Montaigne https://etu.u-bordeaux-montaigne.fr/fr/index.html
- ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกซ์เครือข่ายของมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส http://www.sudoc.abes.fr/
ปล. เสียดายมากที่หลาย ๆ ส่วนเป็นภาษาฝรั่งเศส และผมไม่มีความสามารถในภาษาฝรั่งเศสเลย แม้พจนานุกรมจะช่วยชีวิตในหลาย ๆ ส่วนไว้ได้ แต่ก็ยังคงยากที่จะแปลความหมายยาว ๆ ได้อย่างแม่นยำ
ปล 2. ไม่ได้มีเวลามากที่จะมาทำความเข้าใจกับแผนที่นี้อย่างละเอียดนัก หากใครจะอนุเคราะห์ช่วยเหลือเทียบเคียงลักษณะทางภูมิศาสตร์ แปลภาษาและอื่น ๆ ด้วยสามารถติดต่อมายังผมเพื่อขอต้นฉบับของแผนที่นี้ได้ทางอีเมล tuangchok.ch@protonmail.com เพราะไฟล์มีขนาดใหญ่พอสมควรเกินกว่าจะอัพโหลดลงในบทความนี้ได้
เหตุนำมาซึ่งบทความนี้
ขณะกำลังนั่งดูผังเมืองมัณฑเลย์เพลิน ๆ ก็เลยมีโอกาสได้ค้นแผนที่เก่า ๆ เกี่ยวกับเมืองมัณฑเลย์ที่ส่วนตัวผมเชื่อว่าออกแบบอย่างเป็นระเบียบโดยชาวอังกฤษสมัยอาณานิคม เผอิญไปพบแผนที่แถบโคราชซึ่งภายในปปรากฎหัวเมืองสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือเมืองชัยภูมิ ซึ่งแผนที่ดังกล่าวเป็นแผนที่ในมาตราส่วน 1:500,000 ที่มีขนาดถึง 63 x 93 ซม. (หมายความว่าสามารถเห็นระดับหมู่บ้าน) จึงอยากนำมาแบ่งปันกัน