← franceja

เจ้าพ่อพญาแล จากเจ้าเมืองชาว 'ลาว' สู่ 'เทพเจ้า' ของชาว 'จีน'

28 May 2023

เจ้าพ่อพญาแล หรือพระยาภักดีชุมพล แม้บรรดาศักดิ์ของท่านมักจะปรากฎเป็นพระยาแต่ก็ไม่สามารถค้นหาแหล่งอ้างอิงที่แน่ชัดได้ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าคำว่า 'พระยา' นี้ถูกนำมาใช้สับสนกับคำว่า 'พญา' ซึ่งมีความหมายในท้องถิ่นของคนลาวคือการยกย่องถึงความยิ่งใหญ่ ความเป็น 'เจ้า' ที่อยู่เหนือสิ่งอื่นทั้งปวง เช่น แถน คือผีฟ้า ซึ่งต่อมาปรากฎเป็นเทวดาภายใต้อิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดียที่เข้ามาผสานในภูมิภาคนี้ 'พญาแถน' ก็หมายถึงหัวหน้าของเหล่าผีทั้งปวงเช่นกัน ดังนั้นการเรียก พระภักดีชุมพลเป็น 'พญาแล' จึงเป็นการให้เกียรติอย่างสูงของบรรดาชนชาวชัยภูมิ

ในความเชื่อของชาวจีนในเมืองชัยภูมิ 'เจ้าพ่อพญาแล' ถือเป็น 'ปึงเถ่ากง' (本頭公) หรือเทพที่ปกปักรักษาบรรดาพื้นที่และชุมชนบริเวณหนึ่ง ๆ ตามความเชื่อของคนจีนซึ่งนำเข้ามาโดยชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดชัยภูมิในช่วงกลางรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ความนับถือและเคารพในตัวองค์เจ้าพ่อพญาแลนี้เองได้สร้างอิทธิพลต่อความเชื่อและลักษณะในการปฏิบัติหรือแสดงความเคารพต่อองค์เจ้าพ่อพญาแลที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากกว่าศาลเจ้าเมืองทั่วไปในบริเวณอื่น กล่าวคือพิธีกรรมและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนและอุปถัมภ์กิจการงานเจ้าพ่อพญาแล กิจการศาลเจ้าพ่อพญาแล ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานชาวจีนอพยพ

โดยปกติศาลหลักเมืองตามเมืองสำคัญ ๆ ในประเทศไทยมักจะเป็นพื้นที่สำหรับเคารพสักการะ 'ปึงเถ่ากง' หรือ 'เหล่าปึงกง' ไปโดยปริยายด้วย ซึ่ง 'ปึงเถ่ากง-ม่า' นี้ หมายถึงเทพเจ้าที่ปกปักรักษาชุมชน และเมืองนั้น ๆ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าความเชื่อเรื่องเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาเมืองนี้ สอดคล้องกับแนวคิดและความเชื่อเรื่อง 'หลักเมือง' และ 'ผีเสื้อเมือง' ของคนไทยซึ่งจิตร ภูมิศักดิ์เคยให้ความหมายของผีเสื้อเมืองเอาไว้ว่า 'ผีรักษาท้องถิ่น' หรือ 'ผีเจ้าที่' ที่มีอยู่แต่เดิม ดังนั้นการที่บุคคลสำคัญที่เป็นชาวลาวกลายมาเป็นเทพเจ้าที่ชาวไทย จีน เขมร และลาว ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองชัยภูมิต่างให้ความเคารพและบูชาในองค์เจ้าพ่อพญาแลร่วมกันนี้ จึงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจยิ่งสำหรับการศึกษาถึงการผสมผสานวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวชัยภูมิที่มีหลากหลายเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์

หากจะศึกษาว่าเจ้าพ่อพญาแลอยู่ในจิตใจและได้รับความเคารพสักการะจากชุมชนชาวจีนในเมืองชัยภูมิถึงเพียงใด เราสามารถสังเกตได้จากค่ำคืนก่อนถึงวันไหว้ หรือวันก่อนวันสิ้นปีตามปฏิทินจีนนั้นชาวจีนและลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลนั้นจะร่วมแรงร่วมใจกันออกไปยังศาลเจ้าพ่อพญาแลเพื่อไหว้และสักการะเจ้าพ่อพญาแลในฐานะ 'ปึงเถ่ากง' และในการสักการะเจ้าพ่อพญาแลนี้เอง ลูกหลานชาวจีนในเมืองชัยภูมิ จะเปล่งคำสักการะเจ้าพ่อพญาแลว่า "ปึงเถ่ากงม่าปอห่อ" แล้วจึงขอร่ายบทขอพรที่ตนต้องการต่อท้าย โดยคำว่าปอห่อ นี่เองมาจากคำว่า 保 (ปอ) ซึ่งหมายถึงปกปักรักษา คุ้มครอง และคำว่า 贺 (ห่อ) หมายถึงอำนวยอวยพร และหากนี่ยังไม่ปรากฎความสำคัญของเจ้าพ่อพญาแลในชุมชนชาวจีนเมืองชัยภูมิมากพอ เรายังสามารถสังเกตได้จากบ้านชาวจีนในเมืองชัยภูมิ ที่จะแต่ละบ้านมีรูปเจ้าพ่อพญาแล รูปปั้นเจ้าพ่อพญาแล หรือแม้แต่ศาลเจ้าพ่อพญาแลจำลองในบ้านของตนเพื่อจะได้สักการะเป็นประจำ ในขณะที่ชาวจีนในจังหวัดอื่น พื้นที่อื่นมักจะไปไหว้ศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า ที่มักอยู่ตามศาลเจ้าหรือศาลหลักเมืองของตน (เช่นในเมืองขอนแก่น)

ความสำคัญของเจ้าพ่อพญาแลไม่เพียงแต่ปรากฎในงานตรุษจีนหรือสารทจีนเท่านั้น หากแต่เจ้าพ่อพญาแลนี้ยังเป็นองค์ประธาน ของงานงิ้วทั้งชาวจีนแต้จิ๋ว และจีนไหหนำ ซึ่งล้วนแล้วแต่อัญเชิญเจ้าพ่อพญาแลไปยังปะรำชั่วคราวหน้าเวทีแสดงงิ้วของทุก ๆ ปี

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า 'เจ้าพ่อพญาแล' เป็นเจ้าเมือง 'ชาวลาว' แต่เป็นเทพเจ้าของ 'ชาวจีน'

ที่มา: โพสต์ต้นฉบับบน Facebook (พร้อมรูปภาพ)