รถไฟ? รถไฟฟ้า หรือว่า ‘รถไฟไฟฟ้า’? กับเรื่องราวของผ้าคลุมยาวของพระราชินีอังกฤษ
เมื่อพูดถึง ‘รถไฟ’ แล้วหลาย ๆ คนคงนึกถึงภาพรถไฟไทยที่มีสภาพดูไม่ดีนัก เพราะมักจะนึกถึงภาพรถไฟไทยว่าเป็นโหมดการเดินทางของชนชั้นรากหญ้า แต่เมื่อพูดถึงรถไฟฟ้าทุกคนจะมองเห็นภาพของชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ที่ดูมีความทันสมัยและสะอาดในทันที ผู้เขียนในฐานะคนที่ชื่นชอบรถไฟเป็นการส่วนตัววันนี้จะขอมาเล่าเรื่องรถไฟกันแบบพอสังเขป ให้คนได้เข้าใจกันว่าจริง ๆ แล้วรถไฟที่เรารู้จักกันมีกี่ประเภทและแต่ละอย่างนั้นเป็นอย่างไร
รถไฟ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า ‘Train’ หลาย ๆ คนที่ชื่นชอบรถไฟ หรือที่เรียกกันว่า ‘train enthusiast’ นั้นจะมองว่าคำนี้กว้างมากสำหรับรถไฟ เพราะไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปในสิ่งใดเลย เพียงพูดถึงรวม ๆ ว่ามันคือรถไฟ และเมื่อพูดถึงคำนี้แล้วก็ต้องย้อนกลับไปประเทศต้นกำเนิดรถไฟอย่าง “อังกฤษ” หรือถ้าจะเรียกให้ถูกหลักก็คือ “สหราชอาณาจักร” และบังเอิญว่าคำที่คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักเกี่ยวกับรถไฟนั้นนอกจากคำว่ารถไฟแล้วก็เป็นคำจากภาษาอังกฤษ ซึ่งก็คือคำว่า ‘Train’ แต่เมื่อรู้จักคำนี้แล้วก็ต้องมารู้จักที่มาของคำกันบ้างว่าคำว่า Train จริง ๆ แล้วเดิมทีมีมาก่อนรถไฟจะถือกำเนิดขึ้นเสียอีก กล่าวคือคำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสในยุคศตวรรษที่ 14 ‘trainer‘ ซึ่งหมายถึง “วาด, ลาก” และความหมายที่เอามาใช้ก็ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอะไรกับรถไฟเลย เพราะมันหมายถึงชิ้นส่วนหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่ยาวลากออกมาของชุดยาว (ในภาพ คือส่วนที่ยาวเป็นชายของเสื้อคลุมที่เจ้าพนักงานกำลังยกขึ้นอยู่ข้างหลัง)
เมื่อเราทราบความหมายของคำและที่ไปที่มาแล้ว เรามาดูกันใกล้ ๆ ว่าคำใดอีกที่มีความหมายใกล้เคียงกับรถไฟและต่างกันเช่นไร คำหนึ่งที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายเลยคือคำว่า “locomotive” คำนี้ในภาษาไทยใช้คำว่าหัวจักร หลายคนคงเกิดคำถามว่าแล้วหัวจักรคืออะไร? จริง ๆ แล้วหัวจักรก็คือส่วนหนึ่งของชุดรถที่เราเรียกรวม ๆ กันว่ารถไฟ เป็นส่วนที่มีกำลังขับและฉุดลากให้รถไฟเคลื่อนไปได้ทั้งขบวน แต่จงจำไว้ว่าไม่ใช่รถไฟทุกขบวนจะมีหัวจักร แต่หัวจักรในรถไฟทุกขบวนนับเป็นรถไฟ และเมื่อพูดถึงหัวจักรแล้ว ภาพจำของใครหลาย ๆ คนเกี่ยวกับรถไฟก็คือส่วนนี้นี่เอง ซึ่งสำหรับผู้เขียนที่มีเพื่อนหลายคนที่ชื่นชอบรถไฟนั้นสิ่งหนึ่งที่ต่างพูดเสียงเดียวกันว่ารู้จักรถไฟมาจากที่ใด? หลายคนก็ตอบแบบเดียวกันว่ารู้จักมาจากการ์ตูนเด็กเรื่องหนึ่งที่มีรถไฟมีชีวิตและพูดได้ พูดมาถึงตรงนี้หลายคนคงนึกอ๋อขึ้นมาในใจ (แต่คนที่ไม่รู้จักไม่เป็นไรเรามีภาพประกอบ) นั่นคือการ์ตูนเด็กเรื่อง Thomas the Tank Engine สำหรับหลาย ๆ คนที่มีอายุเท่า ๆ ผู้เขียนอาจจะรู้จักในชื่อ Thomas and Friends (นี่อาจทำให้ใครหลาย ๆ คนล่วงรู้อายุของผู้เขียนได้) ซึ่งเป็นภาคต่อเนื่องกันของการ์ตูนเรื่องเดียวกัน (ขอเสริมเป็นเกร็ดความรู้เล็กน้อยก่อนจะพูดต่อไปเรื่องประเภทของรถไฟ: จริง ๆ แล้ว Thomas and Friends ตัว Thomas เองซึ่งเป็นรถไฟสีฟ้านั้นได้ต้นแบบมาจาก E2 class ของ LB&SCR ซึ่งเป็นบริษัทรถไฟในอังกฤษก่อนการรวมบริษัทรถไฟครั้งใหญ่ในอังกฤษช่วงก่อนสงคราม สร้างในช่วง 1913-16) แล้วภาพจำนี้สำคัญอย่างไร? ภาพจำนี้คงไม่สำคัญมากนักสำหรับคนที่ได้สัมผัสรถไฟเป็นประจำหรือเป็นกิจวัตร แต่ผู้เขียนอาศัยอยู่ในตัวจังหวัดชัยภูมิ โอกาสจะได้พบเห็นรถไฟนั้นไม่ง่ายนัก ภาพจำจึงออกมาเช่นนี้

หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ สปรินเตอร์
(แม้จะผลิตมาพร้อม ๆ กัน แต่
รถรุ่นเดียวกันนี้ในไทยดูมีอายุกว่ามาก)
ย่อหน้าที่แล้วผู้เขียนเกริ่นมายาวมากถึงความทรงจำในวัยเด็กและที่ไปที่มาของคำว่า ‘Train’ และมีประโยคหนึ่งที่ติดค้างเอาไว้นั่นคือ รถไฟทุกขบวนจะมีหัวจักร แต่หัวจักรในรถไฟทุกขบวนนับเป็นรถไฟ เหตุใดผู้เขียนจึงเขียนเช่นนี้? ที่พูดเช่นนี้เพราะมีรถไฟบางประเภทไม่จำเป็นต้องมีหัวจักรและการเดินรถไฟหลาย ๆ ครั้งก็อาจไปแบบหัวเปล่าไม่มีขบวนรถลากตามหลังมา หลายคนคงอาจจะสงสัยว่า อ้าว! แล้วรถไฟประเภทอื่นเป็นอย่างไร รถไฟฟ้าหรือเปล่า? รถไฟในปัจจุบันที่เรารู้จักกันยกตัวอย่างที่ใกล้ ๆ ตัวหน่อยก็คงจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟทางไกลแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยนั้น รถไฟของ รฟท. ที่กำลังให้บริการอยู่นั้นก็ยังแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือรถไฟหัวลาก และรถไฟดีเซลราง ถ้าพูดแบบนี้คนที่ไม่ได้สนใจรถไฟเป็นพิเศษคงสงสัยแล้วว่า รถไฟหัวลากไม่ได้ใช้ดีเซลหรือ? ทำไมอีกประเภทถึงเรียกว่าดีเซลราง จริง ๆ เรื่องนี้สร้างความสับสนอยู่ไม่น้อยในหมู่คนที่ไม่ได้สนใจรถไฟเป็นพิเศษ รถไฟดีเซลรางที่เราเรียกกันแล้วจริง ๆ เป็นประเภทหนึ่งของรถไฟประเภทที่ไม่ได้ใช้หัวจักรขับเคลื่อน ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า MU หรือ Multiple Unit รถไฟประเภทนี้แต่ละตู้ของขบวนล้วนมีกำลังในตัวเองทั้งสิ้น (แม้จะมีข้อยกเว้นสำหรับ MU บางประเภทแต่จะขอไว้พูดในโอกาสหลัง)
พูดไปหลายย่อหน้าแล้วก็ยังไม่ได้เข้าเรื่องสักที เรื่องราวมีอยู่ว่าขณะที่ผู้เขียนกำลังนั่งคุยกับเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบหรืออาจเรียกได้ว่าคลั่งรถไฟกันทั้งหลายแล้วนั้น ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าวันที่ Electric Vehicle เช่น Electric Car เข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นเราอาจจะต้องเรียกรถไฟฟ้าสับสนกับรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าหรือเปล่า เพราะก็เริ่มเห็นคนใช้สองคำนี้อย่างสับสนกันบ้างแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากมานั่งดูกันจริง ๆ แล้วจะพบว่าทั้งสองอย่างนี้เป็นคนละอย่างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงและหากยังมีความสับสนนี้ต่อไปในอนาคตอาจสร้างความเสียหายไม่น้อยแน่นอน และเมื่อคิดต่อไปอีกว่าถ้าเราเรียกรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว รถไฟฟ้าที่หมายถึงรถไฟที่ใช้ไฟฟ้านั้นจะต้องเรียกว่ารถไฟไฟฟ้าหรือไม่ เพราะในภาษาอังกฤษเองก็เรียกว่า Electric Train ซึ่งหมายถึงรถไฟที่ใช้ไฟฟ้า เมื่อพูดถึงรถไฟฟ้าในความหมายของ Electric Train แล้วเราก็ควรมารู้จักรถไฟไฟฟ้ากันบ้างดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
คนไทยเมื่อพูดถึงรถไฟแล้วมักจะนึกถึง Sky Train อย่าง BTS หรือ Undergroud อย่าง MRT ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็น EMU หรือ Electric Multiple Unit หรือรถไฟที่แต่ละตู้ขับเคลื่อนตัวเองได้ด้วยกำลังไฟฟ้า แต่อาจจะไม่รู้จัก Electric Train ที่เป็นหัวจักรกันเท่าใดนักเพราะในประวัติแห่งรถไฟไทยเราไม่เคยใช้รถประเภทดังกล่าวเลย และเมื่อพูดถึงรถไฟที่ใช้ไฟฟ้าแล้วประเทศที่นับเป็นบิดาแห่งรถไฟฟ้าก็คงจะต้องยกให้สวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งด้วยข้อจำกัดทางภูมิประเทศและทรัพยากรทำให้เป็นประเทศที่ต้องดิ้นรนทำระบบคมนาคมที่ต้องอิงไฟฟ้าเป็นหลักมามากกว่าร้อยปี ในขณะที่ประเทศที่มีรถไฟร่วมยุคอย่างเยอรมันนี ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งประเทศต้นแบบรถไฟอย่างอังกฤษยังอยู่ในภวังค์ของรถไฟไอน้ำที่ใช้พลังงานจากถ่านหิน และเมื่อพูดถึงหัวจักรรถไฟฟ้าแล้วภาพแรกที่ผมรู้จักก็คงไม่พ้น หัวจักรรถไฟอย่าง Crocodile (ในภาพ)

รถไฟอย่าง Swiss “crocodile” นี้เป็นหนึ่งในหลาย ๆ รุ่นรถไฟฟ้า ที่ถ้าถามคนที่ชื่นชอบรถไฟไฟฟ้าอย่างผู้เขียนแล้วคงได้คำตอบในแบบเดียวกันว่าเป็นรถไฟที่มีรูปทรงที่น่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง

รถประเภทนี้มีล้อยาง และเรียกกันว่า People Mover
ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีรางขับเคลื่อน มีเพียงรางนำทาง
หากพูดถึงรถไฟฟ้ากันแล้วทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ด้วยคำจำกัดความอันสับสนของรถไฟฟ้า (ไฟฟ้า) และรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้กล่าวไปในย่อหน้าก่อน ๆ นี้ จริง ๆ ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนนี้เท่านั้น แต่นำมาซึ่งความเข้าใจผิด (ที่อาจจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม) สำหรับรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่สำหรับผู้เขียนแล้วนั้นรถไฟฟ้าสายสีทองไม่ใช้ ‘รถไฟ’ แต่คำว่ารถไฟฟ้าในที่นี้หากหมายถึงรถขนส่งที่ใช้ไฟฟ้าก็คงจะไม่ผิดอะไรนัก แต่ในที่นี้สำหรับรถไฟฟ้าสายสีทองแล้ว รถดังกล่าวจะเรียกว่ารถไฟก็ไม่ถูกนัก เราคงต้องหาคำตอบกันต่อไปว่าควรเรียกรถขนส่งมวลชนสายนี้ว่าอะไรดี และหากเรียกว่ารถไฟฟ้าแล้วจะหมายถึงรถที่ใช้ไฟฟ้า หรือว่ารถไฟไฟฟ้ากันแน่
อย่างไรก็ตามการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในแง่ของความเร็วและปริมาณคาร์บอนที่ปลดปล่อยออกมา (carbon footprint) นั่นก็คงหนีไม่พ้นการขนส่งทางราง และการขนส่งทางรางที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็คือรถไฟที่ใช้ไฟฟ้า ฉนั้นแล้วรถไฟฟ้าเป็นทางเลือกอีกทางที่สำคัญที่มวลมนุษยชาติควรจะมุ่งไปหา
ผู้เขียนมีความตั้งใจจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟอีกมากในอนาคต ในวันนี้ก็ขอนำมาอภิปรายกันพอหอมปากหอมคอเสียก่อน (เดี๋ยวไม่มีเรื่องจะนำเขียนเพิ่มได้อีก) ด้วยมีเป้าหมายสูงสุดที่จะมาอธิบายความแตกต่างระหว่างรถไฟฟ้า และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวข้อที่สำหรับผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญยิ่งที่ในอนาคตอันใกล้นี้จะเป็นปัญหาในการเรียกใช้อย่างแน่นอน
เขียนและเรียบเรียง: ตวงโชค ชาลีกุล
วันที่เผยแพร่: 1 มกราคม 2564
อ้างอิง
Why do we call it a ‘train’?, https://www.merriam-webster.com/words-at-play/the-history-of-the-word-train: สืบค้นเมื่อ 1 มกราคม 2564

